เมื่อ 4-5 ปีก่อน ช่วงที่กระแสรักสุขภาพกำลังมา สวนผักอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยม คนเริ่มคืนถิ่น หากินในวิถีพอเพียง ช่วงนั้นผมได้มีโอกาศเห็นเรื่องราวที่คิดว่า ควรจะนำมาถ่ายทอด เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้คนที่แวะเวียนเขามาอ่านบ้างไม่มากก็น้อย
เรื่องมีอยู่ว่า: ที่นาแปลงหนึ่งของคุณยาย ได้ประกาศหาคนมาเช่าทำนา เพราะนาแปลงนี้ปลูกข้าวไม่งามซักเท่าไร ประกาศมานานหลายเดือนแต่ก็ไม่มีคนสนใจ
อยู่มาวันหนึ่ง มีลุงอายุวัย 60 ปี เป็นคนสุโขทัย มาขอทำโดยแบ่งข้าวให้แทนค่าเช่า คุณยายก็ตกลงรับคำ ในเงื่อนไข คนทำ 80/20 เจ้าของนา
เมื่อเริ่มทำ ผมสังเกตุการทำนาของลุงคนนี้ ช่างแปลกกว่าการทำนาทั่วไปแบบฉับบที่ผมเคยเห็นมา แกช่างมีความละเมียดละไม ในการทำนา ในการว่าน การปลูก ในทุกๆขั้นตอน
และผลลัพย์ที่ได้ ก็ดีมากเสียด้วย จนคนละแวกนั้นต้องตะลึงงันไปเลยทีเดียว และทำอยู่อย่างนั้นรวมปี
อยู่มาวันหนึ่ง
หลานชายสุดรักของคุณยาย ที่ทำงานอยู่กรุงเทพ เดินทางกลับบ้านตามวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ได้มาเห็นนาข้าวที่ออกรวงสวยงาม รวมทั้งได้ยินเรื่องราวจากปากของยายตัวเอง เล่าให้ฟังถึงผลลัพย์
ที่ลุงคนนั้นทำได้
ก็เกิดความ อยาก ที่จะคิดทำเอง
"เมื่อปลูกได้กำไรขนาดนี้ จะให้คนอื่นมาทำ ทำไม"
สิ้นเสียงความคิดหลายชายสุดรักของคุณยายก็ตัดสินใจ ลาออกจากงานใน 2 เดือนต่อมา กลับมาทวงคืนผืนนาที่เป็นมรดกของตน แล้วลงมือทำเอง
ลุงผู้ซึ่งถูกหลานชายคุณยายผลักไส ร้องขอความเห็นใจจากคุณยาย จึงได้แปลงเล็กๆให้ทำจำนวน 5 ไร่
เมื่อเวลาผ่านไป ถึงวันเก็บเกี่ยว ข้าวของลุงผู้เฒ่าผู้ทำนามานาน เม็ดข้าวเต็มรวง สวยงามเต็มท้องนา 5 ไร่
ส่วนของหลานชายคุณยาย หญ้าขึ้นเต็มทุ่งนา หาข้าวแทบไม่เจอ ที่มีต้นข้าวก็ล้มจนเกิดความเสียหายนับสิบๆไร่
หลานชายคุณยายเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก เริ่มรู้สึกท้อแท้ และสุดท้ายก็ผ่ายแพ้กลับไปหางานทำเหมือนเดิม ส่วนคุณลุงก็ได้กลับมาทำนา แล้วแบ่งข้าวกับคุณยายตามปกติ
.........
ผมคนที่เห็นเหตุการณ์ จึงนั่งตกผลึกความคิดได้ว่า....ไม่ว่าจะมองมุมคุณลุง หรือ มุมหลายชายคุณยาย
ล้วนแต่น่าคิดทั้งนั้น
"เพราะงานทุกงาน ไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน แต่ทุกคนก็ควรได้ทดลองทำ ถึงแม้จะล้มเหลวในบางครั้ง แต่หากทำแล้วมีความสุข จงทำอย่างต่อเนื่อง แล้วมันจะดีเอง"
ขอให้ทุกคนสำเร็จในสิ่งที่กำลังทำ
