วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เรื่องเล่า: ผู้เฒ่านาข้าว

 


เมื่อ 4-5 ปีก่อน ช่วงที่กระแสรักสุขภาพกำลังมา สวนผักอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยม คนเริ่มคืนถิ่น หากินในวิถีพอเพียง ช่วงนั้นผมได้มีโอกาศเห็นเรื่องราวที่คิดว่า ควรจะนำมาถ่ายทอด เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้คนที่แวะเวียนเขามาอ่านบ้างไม่มากก็น้อย

เรื่องมีอยู่ว่า: ที่นาแปลงหนึ่งของคุณยาย  ได้ประกาศหาคนมาเช่าทำนา เพราะนาแปลงนี้ปลูกข้าวไม่งามซักเท่าไร  ประกาศมานานหลายเดือนแต่ก็ไม่มีคนสนใจ

อยู่มาวันหนึ่ง มีลุงอายุวัย 60 ปี เป็นคนสุโขทัย มาขอทำโดยแบ่งข้าวให้แทนค่าเช่า คุณยายก็ตกลงรับคำ ในเงื่อนไข คนทำ 80/20 เจ้าของนา

เมื่อเริ่มทำ ผมสังเกตุการทำนาของลุงคนนี้ ช่างแปลกกว่าการทำนาทั่วไปแบบฉับบที่ผมเคยเห็นมา แกช่างมีความละเมียดละไม ในการทำนา ในการว่าน การปลูก ในทุกๆขั้นตอน 

และผลลัพย์ที่ได้ ก็ดีมากเสียด้วย จนคนละแวกนั้นต้องตะลึงงันไปเลยทีเดียว และทำอยู่อย่างนั้นรวมปี 

อยู่มาวันหนึ่ง 

หลานชายสุดรักของคุณยาย ที่ทำงานอยู่กรุงเทพ เดินทางกลับบ้านตามวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ได้มาเห็นนาข้าวที่ออกรวงสวยงาม รวมทั้งได้ยินเรื่องราวจากปากของยายตัวเอง เล่าให้ฟังถึงผลลัพย์ 
ที่ลุงคนนั้นทำได้ 

ก็เกิดความ อยาก ที่จะคิดทำเอง 
"เมื่อปลูกได้กำไรขนาดนี้ จะให้คนอื่นมาทำ ทำไม" 

สิ้นเสียงความคิดหลายชายสุดรักของคุณยายก็ตัดสินใจ ลาออกจากงานใน 2 เดือนต่อมา กลับมาทวงคืนผืนนาที่เป็นมรดกของตน แล้วลงมือทำเอง 

ลุงผู้ซึ่งถูกหลานชายคุณยายผลักไส ร้องขอความเห็นใจจากคุณยาย  จึงได้แปลงเล็กๆให้ทำจำนวน 5 ไร่

เมื่อเวลาผ่านไป ถึงวันเก็บเกี่ยว ข้าวของลุงผู้เฒ่าผู้ทำนามานาน เม็ดข้าวเต็มรวง สวยงามเต็มท้องนา 5 ไร่ 

ส่วนของหลานชายคุณยาย หญ้าขึ้นเต็มทุ่งนา หาข้าวแทบไม่เจอ ที่มีต้นข้าวก็ล้มจนเกิดความเสียหายนับสิบๆไร่

หลานชายคุณยายเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก เริ่มรู้สึกท้อแท้ และสุดท้ายก็ผ่ายแพ้กลับไปหางานทำเหมือนเดิม ส่วนคุณลุงก็ได้กลับมาทำนา แล้วแบ่งข้าวกับคุณยายตามปกติ
.........

ผมคนที่เห็นเหตุการณ์ จึงนั่งตกผลึกความคิดได้ว่า....ไม่ว่าจะมองมุมคุณลุง หรือ มุมหลายชายคุณยาย
ล้วนแต่น่าคิดทั้งนั้น 

"เพราะงานทุกงาน ไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน แต่ทุกคนก็ควรได้ทดลองทำ ถึงแม้จะล้มเหลวในบางครั้ง แต่หากทำแล้วมีความสุข จงทำอย่างต่อเนื่อง แล้วมันจะดีเอง" 

  ขอให้ทุกคนสำเร็จในสิ่งที่กำลังทำ





วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2563

💥 #โปรโมชั่นพิเศษสุด.."ฤดูร้อน" กับ #อูดิตโดรนเพื่อการเกษตร

💥 #โปรโมชั่นพิเศษสุด.."ฤดูร้อน" กับ #อูดิตโดรนเพื่อการเกษตร..เอาไปเลย แบตเตอรี่ 7 ก้อน ให้คุณทำงานแบบไร้กังวล
.
🎉ชุดเต็มจัดโปรฯมูลค่า 275,000 บาท 🎁จ่ายแค่นี้เท่านั้น...จ่ายครั้งเดียวไม่ต้องซื้อของเพิ่มจุกจิกกวนใจ 
#งบประมาณไม่บานปลาย
.
พร้อมของแถมมากมาย‼ แบตฯ+ใบพัดสำรองอีก 1คู่ 
.
1.โดรนปัญญา10ลิตร  1 ลำ
2.สมาร์สมือถือ 1 เครื่อง
3.สมาร์สแบตเตอรี่ 6 ก้อน (ฟรีอีก 1 ก้อน)
4.เครื่องชาตร์ 4 ช่อง 1เครื่อง
5.เครื่องปั่นไฟ 1 เครื่อง
6.ฟรีคอร์สฝึกอบรม 3 วันเต็ม
7.ฟรีใบอนุญาติการใช้โดรน
8.ฟรีขึ้นทะเบียนนักบิน
9.ฟรีประกันภัยบุคคลที่3
10.ใบรับรองการฝึกอบรม
11.เข้ากลุ่ม VIP ดูแลตลอด24ชั่วโมง

.

‼มีทีมบริการ #อบรมถึงบ้าน..
.
👨‍🌾นี่คือ..เครื่องมือสร้างเงิน .. สร้างอาชีพ..ของเกษตรกร 
.

💥 จำนวนจำกัด
💥 หมดเขต 01/05/2020

💚 โปรโมชั่นดีๆ กับเรา 
#อูดิตโดรนเพื่อการเกษตร

 1.โดรนปัญญา10ลิตร  1 ลำ



3.สมาร์สแบตเตอรี่ 6 ก้อน (ฟรีอีก 1 ก้อน) รวม 7 ก้อน
4.เครื่องชาตร์ 4 ช่อง 1เครื่อง

5.เครื่องปั่นไฟ 1 เครื่อง 4 หัวชาร์ต



แบตเตอรี่ อีก 1 ก้อน พร้อมแถม "ใบพัดอีก 1 คู่"  ทันที !!

 







*************************************

สนใจติดต่อ:

🔥คลิกไลน์ http://line.me/ti/p/%40onp2665t

ติดต่อฝ่ายการตลาดโดรนปัญญา

Tel:064-6136283💥

#โดรนปัญญา #ธุรกิจมาแรง #ลงทุนภาคการเกษตร #ขายอะไรดี #อาชีพอิสระ #อาชีพเสริม #ธุรกิจ #โดรนเพื่อการเกษตร #ขายโดรนพ่นยา

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563

โดรนรับจ้างพ่นยา รายได้เกือบแสนจริงหรือ?





โดรนรับจ้างพ่นยา รายได้เกือบแสนจริงหรือ?






สวัสดีครับวันนี้เราจะมาพูดคุยกัน ในเรื่องของรายได้นัก บินโดรน ว่าต่อเดือนเนี่ย

เขารับกันจริงๆอยู่ที่เท่าไหร่

.
.ก่อนอื่นเราต้องคุยกันก่อนครับว่า ราคาที่เราจะบินฉีดพ่นบริการเนี่ย มันขึ้นอยู่กับความสูงของพืชแต่ละชนิด
คือหลักๆนะครับที่โดรนฉีดพ่นกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นพืชจำพวกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังแล้วก็ อ้อยนะครับ
วันนี้ผมจะขอยกตัวอย่างเป็นข้าวแล้วกัน เพราะว่าพวกผมทำกันอยู่ทุกวันมันง่ายดี
.
ผมเล่าแบบนี้พี่น้องฟังก่อนนะครับว่า ใน 1 รอบการปลูก ชาวนาหลังจากที่หว่านข้าวลงไปเรียบร้อย
จะต้องฉีดคุม 1 ครั้ง จากนั้นไปอีก 14 วันข้าวจะโตประมาณ 1 คืบ ชาวนาก็จะฉีดพ่นคุมฆ่า
ตัวนี้เป็นการคุมฆ่าหญ้าเพื่อไม่ให้หญ้าในแปลงมันโต แซงข้าวไปนะครับ 
.
แล้วในระหว่างที่เราเข้าตั้งท้อง ชาวนาจะพบปัญหาอีกอย่างนึงก็คือ มันจะมีพวกเชื้อรา หนอน แมลง
ลงแปลงข้าวของชาวนา ในช่วงนี้ชาวนาต้องฉีดฉีดกำจัดแมลงอีก 1-2 รอบเป็นอย่างครับ ก็ดูว่ามันอยู่ไหม
ถ้าไม่อยู่ก็ต้องซ้ำนะครับ 
.
หลังจากนั้นเราก็ต้องเข้าไปพ่นรับท้องให้น้องข้าวนะครับ เพราะว่าเราทำเขาท้องแล้วก็ต้องรับด้วยนะครับ(555) 
พ่นรับท้องเนี่ย 1 ครั้ง แล้วอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นไปอีก 10 วันรับรวง 
.
นี่คือกระบวนการนี่คือกระบวนการทั้งหมด 1 รอบการปลูกของชาวนาที่จำเป็นต้องฉีดพ่นให้กับข้าว

.
เพื่อนๆ ลองคิดตามผม..สมมุติว่าชาวนาคนนี้อยู่ 20 ไร่ใน 1 รอบการปลูก ชาวนาจะต้องฉีดพ่นเนี่ยถึง 5 ครั้ง
มันหมายความว่าชาวนาคนนี้จะต้องจ่ายเงินค่าฉีดรวมแล้วเนี่ย 100 ไร่ พี่น้องดูให้ดีนะครับนี่แค่ 1 คน
ใน 1 รอบการปลูก แล้วถ้าพี่น้อง มีลูกค้าหรือว่ามีชาวนาที่เป็นแฟนคลับของพี่น้องอยู่แล้วเนี่ยประมาณสัก 30 คน ..
ปัญหาที่จะเกิดขึ้น คือพี่น้องบินฉีดบริการไม่ทัน  
.
แต่ไม่ใช่ประเด็นนะครับ วันนี้เราจะคุยกันในส่วนของรายได้ของนักบินโดนว่าเขาได้กันเท่าไหร่นะครับปัจจุบันนะครับ
ที่ผมบินกันอยู่ให้บริการฉีดพ่นกับเกษตรกรไร่ละ 70 บาทแต่วันนี้ผมจะยกตัวอย่างให้พี่น้องดูแค่ไร่ละ 60 บาท
พอนะครับ เพราะว่าเราเผื่อไว้นะครับ 70 บาท หรือ
.
โดยเฉลี่ยต่อวันนะครับผมเองจะบินได้วันละประมาณ 70 ไร่
.
ผมจะคุณคูณด้วย 60 บาทจะเท่ากับ 1 วันเนี่ย 1 วันไหนผมจะมีรายได้อยู่ที่วันละ 4200 บาท
และผมเองตั้งเป้าไว้ทำงานแค่ 20 วันนะครับผมไม่ได้ตั้ง 25 หรือว่า 30 วัน
เพราะอย่างที่ผมบอกว่าการทำงานเป็นนักบินโดรน เราใช้แรงงานนะครับเราก็ต้องมีเวลาพักผ่อน
จะเป็นหยุดวันเสาร์วันอาทิตย์ ก็ได้นะครับ
ตรงนี้พี่น้องก็ไปไปวางแผนการบริหารจัดการเอาเองนะครับ สไตล์การใช้ชีวิตเราไม่เหมือนกันครับ
.
จากข้อมูลที่ผมให้ไปนะครับคือราคาต่อไร่เนี่ย 60 บาทจริงๆ ผมรับอยู่ที่  70 แต่ผมคิดแค่ 60 นะครับ
โดยเฉลี่ยต่อวันหรือประมาณ 70 ไร่ เอา 60 ตั้งคุณ 70 เราจะได้รายได้ต่อวัน 4200 บาทเอา 4200 บาท
ไปคูณกับ 20 วัน ผมคิดวันทำงานแค่ 20 วันเท่านั้น เพราะว่าเอาไว้พักผ่อนอย่างได้พูดคุยไปนะครับ
.
โดยเฉลี่ยต่อเดือนเนี่ยมันจะตกอยู่ที่ 84,000 บาทโอเคล่ะ เดือนเนี่ยมันจะตกอยู่ที่ 8,000 บาทโ
อเคล่ะพี่น้องเห็นตัวเลขนี้พี่พี่น้องเขาบอกว่าถ้าเป็นฉันโอเคนะครับ ผมจะบอกไว้ว่าตัวเลขนี่
มันยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่ผมกำลังจะเล่าสู่พี่น้องฟังอีกนะครับ ค่าใช้จ่ายที่ผมว่าคือ
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำงานทั้งหมด มีอะไรบ้างเรามาดูกัน 
.
ค่าใช้จ่ายในการทำงานจริงๆแต่ละวันเนี่ยมันมีอะไรที่แอบแฝงอยู่บ้าง
.
ผมเรียกว่าค่าใช้จ่ายในการทำงานก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าค่าใช้จ่ายพวกนี้เราต้องจ่ายกับมันทุกวัน
.อย่างเช่นนะครับ ค่าน้ำมันเครื่องปั่นไฟ
โอเคเราไปทำงานภาคสนามเราจำเป็นต้องใช้เครื่องปั่นไฟในการทำงานในการชาร์จแบตเตอรี่
.
ผมคำนวณจากเครื่องปั่นไฟถังน้ำมัน 15 ลิตรนะครับ เป็นเครื่องเบนซิน การเติมน้ำมัน 1 ครั้ง
น้ำมันให้เต็มถัง 1 ครั้งหนึ่งคือ 300 บาท
.

อย่างที่ 2 คือ ค่าน้ำมันรถ  

ค่าน้ำมันรถ ในการขับบรรทุกโดรน ไปทำงานต่อ ก็อยู่ที่ประมาณวันละ 250 บาท
ตรงนี้ผมคิดระยะทางแค่ 100 กิโล นะครับในรัศมีนะครับ 50 โลไปกลับก็คือ 100 กิโลเมตร
.

อย่างที่3 

ถค่ากินนะครับพี่น้องอย่าลืม ผมตีให้วันละ 200 พอ ทำไมผมตีค่ากินให้น้อยจัง เพราะ..ว่าเวลาพี่น้อง 
พี่น้องจะไม่มีเวลากินนะครับ งานจะเร่งรัดตัว 
.
ส่วนค่าเครื่องดื่ม ถ้าเป็นแฟนคลับของพี่น้องเอง พี่น้องจะมีแฟนคลับซื้อมาให้ตลอดนะ
พี่น้องกินจนท้องอืดไปเลย(555) 
.

อย่างที่ 4 นะครับก็คือค่าแรงคนงานหรือค่าแรงผู้ช่วยนะครับ ถ้าพี่น้องทำคนเดียวก็ไม่ต้องจ่ายไม่ต้องคิด

แต่ถ้าพี่น้องต้องจ่ายค่าแรงคนงานหรือว่าผู้ช่วยนักบินเนี่ยผมตีให้วันละ 400 เป็นขั้นต่ำนะครับ

ไม่ใช่ 300-350 นะครับ เพราะว่าผู้ช่วยต้องเติมน้ำยาเป็น ต้องชาร์จแบตเตอรี่เป็นนะครับ
และต้องรู้จังหวะในการทำงานแล้วมันร้อนด้วย เรื่องนี้สำคัญคือมันร้อนนะครับ
.

อย่างที่ 5ส่วนค่าบำรุงรักษา

ผมตีเฉลี่ยวันละวันละ 50 บาทนะครับ ของแบตเตอรี่ 
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อวันเนี่ยผมสรุปแบบคร่าวๆให้พี่น้องแล้วกันว่า มันจะอยู่วันละประมาณ 1,200 บาท

.
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผมได้คุยไปนั่นคือ ค่าใช้จ่ายในการทำงานที่พี่น้องต้องเจอยังไม่รวมเวลาที่น้องทำเครื่องตก
หรือว่าใบพัดเสียหรือว่าปั๊มเสีย ในส่วนนี้เราก็ต้องจ่ายต่างหากอีกรอบนึงนะครับ
.
ผมสรุปให้พี่น้องฟังอีกรอบนึงนะครับว่า รายได้ทั้งหมดต่อวันของนักบิน Drone บินวันละ 70 ไร่เนี่ย
ในราคาไร่ละ 60 บาทจะตกเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 4200 บาทต่อวัน  หักค่าใช้จ่ายในการทำงาน
วันละประมาณ 1,200 บาท
จะเหลือวันละ 3,000 บาท นี่คือสุทธิต่อวันนะครับคือวันละ 3000 บาท 
.
ถ้าเอาไปคูณนะครับ 20 วันอย่างที่ผมพูดไว้ก็คือการทำงานของเรา 20 วันละ 3000 *  20 ก็จะตกเดือนละ
60,000 บาท
.
พี่น้องวิเคราะห์เองมากหรือน้อยนะครับ แล้วก็เดือนละ 60,000 บาท พี่น้องวิเคราะห์
และตัดสินใจเองนะครับว่าในสภาพพื้นที่ของพี่น้องสามารถที่จะทำได้ไหมวันละ 70 ไร่ 
.
แล้วก็ตัวพี่น้องเองสามารถที่จะทำทำงานกลางแจ้ง ทำงานกลางแดดร้อนเนี่ยได้ไหมครับวันละ 70 ไร่
ถ้าพี่น้องบอกว่าทำได้..ผมว่าอาชีพนักขับโดรนเหมาะกับพี่น้องแน่นอนครับ
ลองตัดสินใจดูนะครับพี่น้องตัดสินใจหาข้อมูลให้เยอะๆฟังคิดผมต่อเนื่องไปเรื่อยๆก็ได้นะครับ

แล้วเราคบกันในคลิปต่อไป..ถ้าถูกใจนะครับอย่าลืมกด(สับตะไคร้)ให้ผมด้วยกับช่อง YouTube นะครับ
หรือไม่ก็ติดตามกันทั้งเพจนะครับ #ศูนย์บริการซ่อมโดรนเพื่อการเกษตร
นะครับไปติดตามกันได้โลโก้สีเหลืองนะครับมีตรานกฮูก 2 ตัวนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับพี่น้อง
กับข้อมูลสาระที่จะนำมาแบ่งปันกัน****...สวัสดีครับ